เยือนอิสตันบูล เที่ยวประเทศตุรกี

อิสตันบูล (ตุรกี: İstanbul) เดิมชื่อ คอนสแตนติโนเปิล เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศตุรกีและทวีปยุโรป (นับรวมเขตเมืองฝั่งเอเชีย) เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศตุรกี อิสตันบูลเป็นเมืองเชื่อมทวีปยูเรเชียโดยตั้งระหว่างช่องแคบบอสพอรัส (ซึ่งแยกยุโรปและเอเชีย) ระหว่างทะเลมาร์มาราและทะเลดำ เมืองอิสตันบูลมีชื่อเสียงทางด้านศูนย์กลางการค้าและประวัติศาสตร์ของฝั่งยุโรป ประมาณหนึ่งในสามของประชากรอาศัยอยู่ทางอานาโตเลียหรือฝั่งทวีปเอเชีย โดยมีประชากรทั้งหมดประมาณ 15 ล้านคน อิสตันบูลเป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยจัดว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกและเป็นเมืองในยุโรปที่ใหญ่ที่สุด เมืองเป็นศูนย์กลางการปกครองของเทศบาลนครอิสตันบูล อิสตันบูลถือว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างซีกโลกตะวันออกและตะวันตก

ในอดีตเมืองอิสตันบูลก่อตั้งขึ้นภายใต้ชื่อ ไบแซนไทน์ (Βυζάντιον) บนแหลมซาเรย์บูนู ราว 660 ปีก่อนคริสต์ศักราช เมื่อเวลาผ่านไปตัวเมืองค่อยๆขยายขนาดและอิทธิพลเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยหลังจากการสถาปนาเป็นกรุงคอนสแตนติโนเปิลในปี ค. ศ. 330 , ไบแซนไทน์ อยู่ในฐานะเมืองหลวงของจักรวรรดิมาเป็นเวลาเกือบ 16 ศตวรรษ ตั้งแต่ จักรวรรดิโรมัน / ไบเซนไทน์ (330-1204) ละติน (1204–1761) จักรวรรดิไบแซนไทน์ภายใต้ราชวงศ์พาลาโอโลกอส (1261–1453) จนมาถึงจักรวรรดิไบแซนไทน์ (1453–1922) โดยเมืองไบแซนไทน์ได้กลายเป็นศูนย์กลางการเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในช่วงเวลานั้น ก่อนที่ชาวออตโตมานจะพิชิตเมืองในปี ค.ศ. 1453 และเปลี่ยนให้กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ของจักรวรรดิออตโตมันและศาสนามุสลิมในที่สุด

ตำแหน่งของเมืองถูกปรากฏบนหน้าประวัติศาสตร์ ทั้งบนเส้นทางสายไหม, เส้นทางผ่านของรถไฟไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง และเป็นเพียงการเดินทางทะเลทางเดียวที่จะข้ามระหว่างทะเลดำและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งทำให้เกิดความหลากหลายทางประชากร หลังจากสงครามประกาศอิสรภาพตุรกีอังการาได้รับเลือกให้เป็นเมืองหลวงของตุรกี เมืองไบแซนไทน์เปลี่ยนได้ชื่อเป็นอิสตันบูลในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามเมืองคงความโดดเด่นด้านการเมืองและศิลปวัฒนธรรม และประชากรในเมืองมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่านับจากปี ค.ศ. 1950 โดยมีผู้อพยพจากทั่วอานาโตเลียย้ายเข้ามาอาศัยในเขตเมือง อีกทั้งยังมีการขยายผังเมืองเพื่อที่จะรองรับประชากรได้มากขึ้นเกิดการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างเครือข่ายการขนส่งที่ครอบคลุมเส้นทางภายในเมืองมากขึ้น ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 เทศกาลศิลปะดนตรีภาพยนตร์และวัฒนธรรมได้รับการก่อตั้งขึ้นที่นี่ และอิสตันบูลยังคงเป็นเมืองเจ้าภาพในปัจจุบัน

ในปี 2558 นักท่องเที่ยวต่างชาติราว 12.56 ล้านคนได้เดินทางมายังอิสตันบูล และห้าปีหลังจากนั้นได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป จึงทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับห้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของเมืองคือศูนย์กลางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกและศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและความบันเทิงของเมืองตั้งอยู่ในเขต Beyo Hornlu อิสตันบูลถือว่าเป็นเมืองระดับโลก อิสตันบูลเป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยเป็นเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่จำนวนมากของประเทศ รวมถึงสื่อและการเงินมากกว่าหนึ่งในสี่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของตุรกี . ด้วยความหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟูและการขยายตัวเมืองมากขึ้น อิสตันบูลจึงเสนอสำหรับการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูร้อนถึงห้าครั้งในรอบยี่สิบปีที่ผ่านมา



Hagia Sopia พิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟีย

พิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟีย เป็นสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในเมืองอิสตันบูลประเทศตุรกี เดิมเคยเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์สร้างโดยจักรพรรดิจัสติเนียนแห่งไบแซนไทน์ ต่อมาในปี ค.ศ. 1453 จักรวรรดิออตโตมันมีชัยชนะเหนือจักรวรรดิไบแซนไทน์ สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 จึงดัดแปลงโบสถ์ให้เป็นสุเหร่าแทน โดยสุเหร่าฮาเกียโซเฟียเป็นสุเหร่าหลักของเมืองอิสตันบูลยาวนานกว่า 500 ปี ก่อนรัฐบาลตุรกีจะดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1935 ความโดดเด่นของที่นี่คือยอดโดมขนาดใหญ่และความงดงามของสถาปัตยกรรมการตกแต่งที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไบแซนไทน์กับศิลปะออตโตมันเข้าด้วยกัน

Blue Mosque สุเหร่าสีน้ำเงิน

สุเหร่าสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 หรือสุเหร่าสีน้ำเงิน ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์ฮาเกียโซเฟีย เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1609 เนื่องจากสุลต่านอาห์เหม็ดที่ 1 ต้องการสร้างสุเหร่าศิลปะตะวันออกแบบออตโตมันให้ใหญ่กว่าโบสถ์ฮาเกียโซเฟีย โดยสร้างหันหน้าเข้าหากันแต่อยู่คนละฝั่งเพื่อประชันความยิ่งใหญ่และสวยงาม เอกลักษณ์ของสุเหร่าแห่งนี้คือด้านในสุเหร่าประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้าทั้งหมดยามต้องแสงจึงสวยงามมาก ทั้งยังมีลานด้านหน้าที่กว้างที่สุดในกลุ่มสุเหร่าแบบออตโตมันและมีหอสวดมนต์อยู่ถึง 7 หอ

Topkapi Palace พระราชวังโทพคาปึ

พระราชวังโทพคาปึ เมืองอิสตันบูล เดิมเป็นที่ประทับหลักของสุลต่านแห่งจักรวรรดิออตโตมันระหว่างปี ค.ศ. 1465 – 1853 ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่จัดงานรับรองของรัฐบาลประเทศตุรกี พระราชวังแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดของกลุ่มพระราชวังในสมัยออตโตมัน ตกแต่งอย่างหรูหรา มีอาณาบริเวณกว้าง ทั้งยังตั้งอยู่ในจุดที่สามารถชมวิวช่องแคบบอสฟอรัสได้อย่างสวยงาม ภายในเปิดให้เข้าชมเพียงบางห้องและบางตำหนัก เช่น ห้องแสดงเครื่องเคลือบพอร์ซีเลน ห้องแสดงหนังสือวิจิตรออตโตมัน และตำหนักแบกแดด

Grand Bazaar ตลาดแกรนด์บาซาร์

ตลาดแกรนด์บาซาร์ เมืองอิสตันบูลเป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศตุรกี มีความเป็นมายาวนานกว่า 1,000 ปี นอกจากจะเก่าแก่ที่สุดแล้ว ยังเป็นตลาดในร่มสถาปัตยกรรมแบบออตโตมันที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย ภายในตลาดแกรนด์บาซาร์มีร้านค้ามากกว่า 4,000 ร้าน มีทางเข้ามากกว่า 21 ทาง แบ่งออกเป็นโซนตามประเภทสินค้าชัดเจน สินค้าหลักๆ ที่ขายในนี้คือ เครื่องเงิน พรม สิ่งทอ เสื้อผ้า วัตถุโบราณ ทองคำ และของที่ระลึก

Oludeniz หาดโอลูเดนิซ

หาดโอลูเดนิซ เป็นชายหาดที่สวยที่สุดในประเทศตุรกีและเป็นหนึ่งใน 5 ชายหาดและทะเลที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย เพราะเป็นจุดที่ทะเลอีเจี้ยนกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาบรรจบกัน เอกลักษณ์ของที่นี่คือ Blue Lagoon ชายหาดสีขาวคล้ายแหลมที่ทอดตัวออกไปกลางทะเล ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีฟ้าสดใส ต้นไม้และภูเขาเขียวขจี ทั้งยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำมากมาย เช่นนั่งบอลลูนชมทิวทัศน์มุมสูง ล่องเรือใบในทะเลอีเจี้ยน และอาบแดด

Cappadocia เมืองคัปปาโดเกีย

เมืองคัปปาโดเกีย ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1985 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวตุรกีที่มีภูมิประเทศโดดเด่น ลักษณะเป็นภูเขาหินและขรุขระเหมือนโลกพระจันทร์เพราะเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ชาวพื้นเมืองในสมัยก่อนเจาะภูเขาเป็นโพรงหินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในเมืองคัปปาโดเกียมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่มากมาย เช่น เมืองใต้ดิน ปราสาทอุชหิซาร์ และกลุ่มโบสถ์มรดกโลกกลางแจ้งโกเรเม่

Pamukkale ปามุคคาเล

ปามุคคาเล หรือ ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศตุรกี ความโดดเด่นของที่นี่คือลักษณะภูมิประเทศที่เป็นหน้าผาหินปูนสีขาวเหมือนหิมะไล่ระดับลดหลั่นกัน โดยในแต่ละชั้นก็จะเป็นแอ่งน้ำแร่ที่เรียกว่า Travertine Hot Spring ที่เป็นแหล่งสปาธรรมชาติมาตั้งแต่โบราณ นักท่องเที่ยวนิยมไปแช่น้ำแร่ที่นี่เพราะเชื่อว่าแอ่งน้ำแร่แห่งนี้สามารถรักษาโรค เช่น โรคหัวใจ โรคไต และโรคไขข้ออักเสบได้

Ephesus อีเฟซัส

เมืองอีเฟซัส เป็นเมืองโบราณที่มีมาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล เป็นเมืองหลวงของโรมันในอดีตและได้รับการยกย่องว่าเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดแห่งแรกในเอเชีย ศิลปะและสถาปัตยกรรมภายในเมืองเป็นแบบกรีก – โรมัน แหล่งท่องเที่ยวหลักๆ ภายในเมืองคือ The Library of Celcus หอสมุดประจำเมืองศิลปะแบบเฮลเลนนิสติก โรงละครเอฟิอุซ โรงละครกลางแจ้งโบราณที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ในประเทศตุรกี และวิหารเทพีอาร์ทีมิส